สนทนากับเลขาธิการ จัดสรรการลงทุนผ่านกองทุนรวม

คำถามยอดฮิต หากต้องการตรวจสอบยอดเงินนำส่งผ่าน GPF Web Service และตรวจสอบยอดเงินทางระบบโทรศัพท์ GPF IVR มีขั้นตอนอย่างไร

เงินทองต้องวางแผน เริ่มเก็บออมก่อน เริ่มลงทุนได้เร็ว กว่า
รู้ศัพท์ เกี่ยวกับ กบ ข.BOND TRADING MARKET (ตลาดรองตราสารหนี้) หมายถึง
อยู่ดีมีสุขกินอาหารบำรุงผิว

คมความคิด
ปลายชีวิตไม่สิ้นหวัง
ชีวิตยังมีคุณค่า
เป็นทรัพย์สินใช้จ่ายยามชรา
ฝากออมเงินตรากับ กบข.
โดย คุณ เครือวัลย์ หมัดอาดำ โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เงินเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต
คิดสักนิดก่อนลงทุน
เกื้อหนุนอนาคต
ก็ต้องยึดหลัก กบข.
โดย คุณกัลยา ไชยทนุ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.ลำพูน

ชีวิตสุขสบาย
อนาคตไม่ทุกข์ยาก
หากเริ่มออมตั้งแต่วันนี้
โดย คุณ ผกามาศ สว่างโชติ กรมสรรพากร จ.กรุงเทพฯ
สนทนาเลขาธิการ กบข.
จัดสรรการลงทุนผ่าน กองทุนรวม
การจัดสรรการลงทุนเป็นการวางแผนทางการเงินโดยนำเงินไปลงทุนหาผลตอบแทนด้วยการ จัดแบ่งประเภทสินทรัพย์ที่จะลงทุนในสัดส่วนต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายการลงทุนและความ เสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนของตนเอง ได้
สมาชิกสามารถจัดสรรการลงทุนภายใต้ เกณฑ์ที่ใช้กันเป็นสากล คืออายุกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น วัยหนุ่มสาวที่อายุน้อย ยังยอมรับความ เสี่ยงทางการเงินได้พอสมควร ก็ควรลงทุนในตราสารทุนในสัดส่วนที่สูง เช่น 80% ตราสารหนี้ 20% ผู้ที่อยู่ในวัยกลางคน ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง ก็อาจจะลงทุนในตราสารทุน 40% ตรา สารหนี้ 60% ส่วนผู้ที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ ต้องการความมั่นคงของเงินต้นเป็นหลัก อาจจะลงทุนใน ตราสารหนี้ถึง 90% เป็นต้น การจัดสรรการลงทุนที่ผมกล่าวมานั้นเป็นเพียงตัวอย่าง ซึ่งสัดส่วนที่ เหมาะสมของแต่ละบุคคลก็ย่อมจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย วิธีการลงทุนที่ง่ายขึ้นซึ่งสมาชิกสามารถทำได้ด้วยตนเอง ก็คือการจัดสรรเงินไปซื้อ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เป็นกองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือเลือกกองทุน รวมแบบผสมผสานระหว่างตราสารทั้งสองประเภท นอกจากนั้นในปัจจุบันก็มีการจัดตั้งกองทุนรวม สำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมสำหรับการลงทุนในต่างประเทศให้เป็นทางเลือกมาก ขึ้น ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวม คือจะมีผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความ เชี่ยวชาญเป็นผู้บริหารการลงทุน และยังมี ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์เป็นผู้กำกับดูแลบริษัทจัดการกองทุนรวมอีกด้วย
การจัดสรรการลงทุนผ่านกองทุนรวม จึง สะดวกและเหมาะสมกับผู้ที่ไม่มีเวลาที่จะติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด หรือผู้ที่ไม่มีความรู้ว่าจะ เลือกซื้อขายตราสารหุ้นและตราสารหนี้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ในการเลือกบริษัทจัดการกองทุนก็ไม่ควร จะดูเฉพาะผลตอบแทนการลงทุนเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น ความมั่น คงของบริษัท ผู้บริหารและผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ ผู้ลงทุนเองก็ควรศึกษาทำความเข้าใจถึงนโยบาย การลงทุนก่อนเลือกลงทุน และเมื่อลงทุนไปแล้ว ก็ควรติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนอย่างใกล้ ชิดด้วย
คอลัมน์ สนทนากับเลขาธิการ กบข. โดย
วิสิฐ ตันติสุนทร
เลขาธิการคณะกรรมการ กบข.

คำถามยอดฮิต
คำ ถาม หากต้องการตรวจสอบยอดเงิน นำส่งผ่าน GPF Web Service และตรวจสอบยอดเงินทางระบบโทรศัพท์ GPF IVR มี ขั้นตอนอย่างไร
คำตอบ บริการ GPF Web Service เป็นบริการตรวจสอบยอดเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย เงินประเดิม(ถ้ามี) และผล ประโยชน์ที่สมาชิกมีอยู่กับ กบข. ผ่านเว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th โดยระบบจะแสดง ยอด เงินปัจจุบันและย้อนหลัง 2 ปี รวมทั้งสถานะการจ่ายเงินคืน(กรณีสมาชิกพ้นสภาพ) โดยมีขั้นตอนการ ใช้บริการ GPF WEB SERVICE ดังนี้
ขั้นตอนการใช้บริการ GPF WEB SERVICE
1. ลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการ GPF WEB SERVICE
1.1 เข้าที่ www.gpf.or.th
1.2 เลือก ที่เมนู "ภาษาไทย"
1.3 เลือก ที่เมนู "GPF WEB SERVICE บริการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล"
1.4 เลือก ที่เมนู "ลงทะเบียนใหม่"
1.5 ทำการลงทะเบียนตามขั้นตอนที่ระบุใน Website
1.6 สมาชิกจะได้รับจดหมายแจ้ง Password
1.7 โทรมาเปิดใช้บริการที่ ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กด 1179
2. การใช้บริการต่าง ๆ ใน GPF WEB SERVICE 2.1 เข้าที่ www.gpf.or.th
2.2 เลือก ที่เมนู "ภาษาไทย"
2.3 เลือก ที่เมนู "GPF WEB SERVICE บริการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล"
2.4 กรอก UserName และ Password แล้วกด "ตกลง"
2.5 จะพบบริการต่าง ๆ ใน GPF WEB SERVICE ดังนี้
- รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล แสดงรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลของ สมาชิก และ สมาชิกสามารถขอแก้ไขข้อมูลได้โดยกดที่ "กดที่นี้เพื่อแก้ไขข้อมูล" แล้วทำการแก้ไข ข้อมูลที่ต้องการ
- สอบถามยอดเงินปัจจุบัน แสดงยอดเงินที่สมาชิกนำส่งเข้า กบข. โดย แยกเป็น เงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย เงินประเดิม และ ผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว โดยการ แสดงจะแยกเป็น ปี ๆ และแสดงยอดเงินยอดหลัง 2 ปี ล่าสุดเท่านั้น
- สถานะการจ่ายเงิน แสดงสถานะการจ่ายเงินคืนของสมาชิกที่ยื่นเรื่องขอ รับเงินคืน
- แก้ไขรหัสผ่าน ให้สมาชิกสามารถแก้ไขรหัสผ่านเพื่อสะดวกแก่การจดจำได้ ง่าย โดยเข้าบันทึกรหัสผ่านเก่า ก่อนแล้วจึงเลือกรหัสผ่านใหม่

บริการ GPF IVR Service เป็นบริการตรวจสอบยอดเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย เงินประเดิม(ถ้ามี) และผลประโยชน์ ที่สมาชิกมีอยู่กับ กบข. ผ่านระบบตอบโทรศัพท์รับอัตโนมัติ (Interactive Voice Response) โทร. 1179 กด 8 ได้ด้วยตนเอง โดยมีวิธีการดำเนินการ ดังนี้

สมัครขอใช้บริการ GPF IVR Service
1. ติดต่อขอรับแบบฟอร์มใบลงทะเบียนขอใช้บริการสอบถาม ยอดทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ที่ส่วนราชการต้นสังกัด หรือขอรับแบบฟอร์มผ่านเครื่องโทร สาร โทร. 1179 กด 5 และ เลือก กด 1 เพื่อขอรับแบบฟอร์ม กบข. หลังจากนั้น ท่านสามารถ เลือกแบบฟอร์มใบลงทะเบียน โดย กด 7 ระบบจะจัดส่งแบบฟอร์ม ให้ท่านผ่านเครื่องโทรสาร
2. กรอกแบบฟอร์มโดยระบุข้อมูลส่วนบุคคล และที่อยู่ สำหรับ การจัดส่งรหัสผ่าน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
3. จัดส่งเอกสารดังกล่าวมายัง ตู้ ปณ. 15 ปณ. สาทร กรุงเทพฯ 10341
การจัดส่งรหัสผ่านส่วนตัว เมื่อ กบข. ได้รับเอกสารจากสมาชิกครบถ้วนถูกต้องแล้ว กบข. จะดำเนินการออกรหัสผ่านส่วนตัว ภาย ในประมาณ 30 วัน เพื่อให้สมาชิกใช้ในการตรวจสอบยอดเงินผ่านระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ (IVR) โดยจัดส่งให้สมาชิกตามที่อยู่ที่ระบุในใบสมัคร เมื่อสมาชิกได้รับรหัสผ่าน สามารถตรวจสอบ ยอดเงินผ่านระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติได้ทันที
ข้อควรระวัง เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล เมื่อสมาชิกได้รับรหัสผ่านจาก กบข. ควรจดจำและทำลาย เอกสารรหัสผ่านส่วนตัว นั้น พร้อมทั้งดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นตัวเลขที่สามารถจดจำได้ง่าย ทั้งนี้ หากสมาชิก กดรหัส ผิด ครบ 3 ครั้ง ระบบจะทำการล็อครหัสผ่านส่วนตัว สมาชิกจะไม่สามารถ ใช้งานได้ และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการยกเลิกรหัสผ่านดังกล่าวและออกรหัสผ่านใหม่ ต่อไป

การใช้บริการตรวจสอบยอดเงินผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) หลังจาก สมาชิกสมัครใช้บริการ GPF IVR Service ได้รับรหัสผ่านจาก กบข. และ ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการใช้งานเรียบร้อยแล้ว สมาชิกจะสามารถเข้าใช้บริการตรวจสอบยอดเงิน ผ่านระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติโดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. ติดต่อที่ ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร. 1179
2. เลือกเมนู 8
3. ระบุหมายเลขสมาชิก 13 หลักและตามด้วยเครื่องหมายสี่ เหลี่ยม (#)
4. ระบบจะทวนหมายเลขสมาชิก 13 หลัก
ยืนยันข้อมูลถูกต้อง กด 1
ต้องการแก้ไขข้อมูล กด 2

5. ระบบจะแจ้งให้กดรหัสผ่าน 4 หลักของท่าน แล้วตามด้วย เครื่องหมายสี่เหลี่ยม (#)
6. ระบบจะทวนรหัสผ่าน 4 หลัก
ยืนยันข้อมูลถูกต้อง กด 1
ต้องการแก้ไขข้อมูล กด 2

7. เลือก กด 1 เพื่อสอบถามยอดเงิน
8. ระบบจะแจ้งยอดเงินในบัญชีของท่าน ณ วันที่ ........ โดย แบ่งเป็น
ยอดเงินสะสม สมทบ และผลประโยชน์ ของเงินดังกล่าว จำนวน..........บาท และ
ยอดเงินประเดิม(ถ้ามี) เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวจำนวน ..........บาท

วิธีการเปลี่ยน รหัสผ่านส่วนตัว (Password)
1. ติดต่อที่ ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร. 1179
2. เลือกเมนู 8
3. ระบุหมายเลขสมาชิก 13 หลักและตามด้วยเครื่องหมายสี่ เหลี่ยม (#)
4. ระบบจะทวนหมายเลขสมาชิก 13 หลัก
ยืนยันข้อมูลถูกต้อง กด 1
ต้องการแก้ไขข้อมูล กด 2

5. ระบบจะแจ้งให้กดรหัสผ่าน 4 หลักของท่าน แล้วตามด้วย เครื่องหมายสี่เหลี่ยม (#)
6. ระบบจะทวนรหัสผ่าน 4 หลัก
ยืนยันข้อมูลถูกต้อง กด 1
ต้องการแก้ไขข้อมูล กด 2

7. เลือก เมนู 2 เปลี่ยนรหัสผ่านส่วนตัว
8. ระบบจะแจ้งให้กดรหัสใหม่ ที่ท่านต้องการ 4 หลักแล้วตาม ด้วยเครื่องหมายสี่เหลี่ยม (#)
9. ระบบจะทวน รหัสใหม่ ที่ท่านกด
10. ต้องการยืนยันข้อมูล กด 1 ต้องการแก้ไขข้อมูล กด 2
11. เมื่อ กด 1 เพื่อยืนยัน ระบบจะแจ้งการเปลี่ยนรหัส ของท่าน สมบูรณ์ สมาชิกสามารถใช้รหัสใหม่ ได้ทันที
หมายเหตุ Password ที่ใช้สำหรับ Log in สำหรับ บริการ GPF WEB Service เป็นคนละ Password กับ บริการ GPF IVR Service

เงินทองต้องวางแผน
เริ่มเก็บออมก่อน เริ่มลง ทุนได้เร็วกว่า
หลายคนยังถามมาว่าการออม และ การลงทุนเหมือนหรือแตกต่าง ในความเห็นของตัวเอง มองว่า แตกต่าง เพราะ "เงินออม" คือการนำเงินที่หักภาษี หักค่าใช้จ่ายประจำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่า บ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่จำเป็นต้องจ่ายออกไป และเป็นเงินที่เหลือแล้วในแต่ละเดือน มากบ้าง น้อยบ้าง มาเก็บออมไว้เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับอนาคตว่า หากเกิดเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากกว่า รายจ่ายประจำแล้ว ก็ยังพอมีเงินไว้ใช้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน โดยเงินออมนั้นเราจะไปเก็บ ฝากไว้ใน ธนาคาร หรือ ตราสารการลงทุนในระยะสั้น เพื่อให้สะดวกในกรณีจำเป็นต้องการใช้ โดยไม่คำนึงว่า ผล ตอบแทนหรือดอกเบี้ยจะสูงหรือต่ำ คุ้มค่ากับอัตราเงินเฟ้อ และสอดคล้องกับเป้าหมายและภาวะ เศรษฐกิจในอนาคตหรือไม่ โดยแนวทางนี้เป็นแนวทางของคนส่วนใหญ่ที่กระทำกัน ซึ่งเรียกไว้ว่า การ เก็บออมเงิน
สำหรับ "เงินลงทุน" หมายถึงการเอาเงินจำนวนหนึ่งไปลง ทุนในเครื่องมือการลงทุนประเภทอื่น ๆ ที่ (คาดว่า) จะได้ผลตอบแทน หรือ กำไรสูงขึ้นกว่าอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝาก (ในธนาคาร) ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า การนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นนี้ ย่อมตามมาด้วย "ความเสี่ยง" ที่สูงขึ้นด้วย ดังนั้น จึงจำเป็นที่คนเราทุกคนที่เก็บออมเงิน และจะ ก้าวไปสู่การ ลงทุนสมควรที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจให้ถ่องแท้ของคำว่า "ผลตอบแทน และความเสี่ยง"
ดังนั้น สำหรับคนที่ต้องการจะมีเงินทองไว้ใช้สบาย ๆ ในยาม แก่เฒ่า โดยไม่เป็นภาระแก่ใครก็ควรจะรู้ว่า อนาคตที่โลกเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ การไหลไปมา อย่างรวดเร็วของข้อมูลข่าวสาร ทำให้มีวิทยาการใหม่ ๆ ที่จะรักษาชีวิตคนเราได้ยืนยาวมากขึ้น เห็นได้ จากอายุเฉลี่ยของประชากรของโลกที่ จะก้าวสู่แนวโน้มที่จะตายช้าลง นั่นหมายถึง เราจะเข้าสู่สภาวะ การมีพลเมืองวัยทองจำนวนมากในอนาคตอย่างแน่นอน โดยในอนาคตคนเราทุกคนเราก็อาจเป็น ส่วนหนึ่งของพลเมืองกลุ่มนั้นด้วย ซึ่งจะมีวิถีชีวิตที่เรา"เลือกได้" ว่าต้องการใช้ชีวิตแบบใด ไม่ว่าจะ เป็น ต้องดูแลตนเองเพราะไม่มีคู่ชีวิต หรือ ลูกหลานคอยดูแล หรือ เต็มไปด้วยลูกหลานและต้องใช้ จ่ายเงินจำนวนมากก็ตาม
ไม่ว่าจะเลือกว่าจะใช้ชีวิตแบบใดก็ตาม "การมีเงิน" ยังเป็นเรื่องที่เราต้องวางแผน และมีวินัย โดยควรจะ "เก็บออมเงินก่อน เพื่อจะเริ่มลงทุนได้เร็วกว่า" เพื่ออนาคตที่สุขสมบูรณ์ สำหรับในโลกไซเบอร์อย่างทุกวันนี้ มีเว็บไซต์ที่จะแนะนำให้ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการออม การลงทุนได้แก่ www.tsi-thailand.org ซึ่งมีข้อมูลดี ๆ จำนวนมาก และจะเป็น Stepping Stone ให้เราเริ่มต้นอย่างมีข้อมูลความรู้และก้าวไปสู่การลงทุนอย่างถูกต้องและมี ประสิทธิภาพได้ในที่สุด
อย่างที่บอกไว้ว่า การออมเงิน และ การลงทุน มีความหมาย ไม่เหมือนกัน การออมเงินทำให้เรามีเงินไว้ใช้ในอนาคต แต่การลงทุนอย่างชาญฉลาดและเข้าใจเรื่อง ความเสี่ยงเป็นอย่างดี จะทำให้เราร่ำรวยได้
ที่สำคัญคือ วางแผนออมเงิน และ ศึกษาการลงทุนให้ รอบคอบ จะสามารถส่งผลให้เรามีเงินไว้ใช้อย่างพอเพียงหลังเกษียณอายุ ถ้าคิดว่าเราไม่ชำนาญเรื่อง เงิน ลองหันไปดูรอบ ๆ ตัว ไม่ต้องไกล คนใกล้ ๆ ตัวรุ่นพ่อแม่เรา ก็พอจะเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า เราควรจะทำตัวและมีวินัยเรื่องเงินอย่างไร ที่สำคัญได้ไปอ่านคำคมมาประโยคหนึ่งที่ว่า "ถ้าเพียงแต่ รู้ว่าจะมีชีวิตยืนยาวเช่นในปัจจุบันนี้ จะรักษาสุขภาพในยามที่เป็นหนุ่มสาวให้มากขึ้นกว่าเดิม"
คอลัมน์ เงินทองต้องวางแผน โดย
อมฤดา สุวรรณจินดา
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

รู้ศัพท์เกี่ยวกับกบข.
BOND TRADING MARKET (ตลาด รองตราสารหนี้) หมายถึง ตลาดรองที่ชมรมผู้ค้าตราสารหนี้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ประเภท ต่าง ๆ ที่ออกโดยภาครัฐ และภาคเอกชน ตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาดรองนี้ หมายถึง พันธบัตร หู้กู้ หู้ กู้แปลงสภาพ ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ ตราสารพาณิชย์ ตั๋วเงินอัตราดอกเบี้ยลอยตัว และใบสำคัญแสดง สิทธิซื้อหุ้นกู้ เป็นต้น ระบบซื้อขาย ในตลาดรองแห่งนี้เรียกว่า BONDNET ซึ่งใช้วิธีให้ผู้ค้าตรา สารหนี้ที่เป็นสมาชิก จดแจ้งราคาที่ต้องการซื้อ และต้องการขายเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ของตลาดรอง ตราสารหนี้ในการซื้อขายผู้ต้องการซื้อ (หรือขาย) สามารถต่อรองราคากับผู้เสนอขาย (หรือเสนอซื้อ) เพื่อให้ได้ราคาที่พอใจก่อนจะตกลงซื้อขายได้
อยู่ดีมีสุข
กินอาหารบำรุงผิว
หลายคนคงจะทราบแล้วว่า การบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีนั้น เรื่องอาหารการกินมีส่วนช่วยมาก ทีเดียว หากกินอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณแล้วก็ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อครีมหรือโลชั่นแพงๆ มาใช้ จึง แนะนำอาหารทั้งช่วยทำลาย และช่วยบำรุงผิวสวยๆ ของเรามาฝากกัน
สำหรับอาหารที่ทำลายความสดใสของผิวพรรณอย่างแรกก็คือ ไขมันอิ่มตัวใน อาหารจำพวกเบคอน ไส้กรอก ไอศกรีม เนยสด โดยในการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ จะทำให้เกิดอนุมูล อิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ของร่างกายเหี่ยวย่น และเสื่อมโทรมลง และหากเป็นอาหารที่มีส่วน ผสมของน้ำตาลมากเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะจะไปขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นสารที่ทำ ให้ผิวตึงกระชับ ดังนั้นหากกินมากไปส่งผลให้ผิวหนังหย่อนยานก่อนวัยได้
กาแฟที่เรามักจะดื่มกันตอนเช้าๆ วันละแก้วสองแก้วนี่ก็ทำลายผิวเราได้ เหมือนกัน เพราะคาเฟอีนจะเป็นตัวดึงความชุ่มชื้นจากผิวเราออกไป และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ก็เช่นกัน ดังนั้นหากดื่มสองสิ่งนี้เข้าไปเมื่อไร ก็อย่าลืมดื่มน้ำมาก ๆ ตามเข้าไป เพื่อป้องกันผิวไม่ให้ขาด ความชุ่มชื้น
สำหรับวิธีอยากผิวดีจากอาหารการกินก็ไม่ยาก เพียงแต่กินอาหารจำพวกเนื้อ ปลา ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย และยังมีสารต้านอนุมูล อิสระอีกด้วย น้ำมันมะกอกซึ่งมีกรดไขมันชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเต็มไปด้วยวิตามินเอและอี ก็ช่วยให้ผิวสวยได้ ส่วนธัญพืชต่างๆ ก็ให้วิตามินอีซึ่งช่วยรักษาความแข็งแรงของเซลล์ ที่ขาดไม่ได้คือ ผักสดผลไม้สด รวมทั้งน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้วด้วย เท่านี้ผิวก็สวยได้แล้ว
หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :-
ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิกโทร. 1179 กด 6 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
หรือ email: member@gpf.or.th
หรือฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์กบข. ตู้ปณ. 19 ปณฝ. กระทรวงการคลัง กรุงเทพฯ 10411