ข่าว กบข. กบข. เตรียมจัดส่งใบแจ้งยอดเงินสมาชิก กบข. รายครึ่งปีเป็นครั้งแรก
สนทนากับเลขาธิการ กบข. ตรวจสอบยอดเงิน กบข. ผ่าน ATM ได้แล้ววันนี้
คำถามยอดฮิต เมื่อสมาชิก กบข. สิ้นสุดสมาชิกภาพแล้ว จะติดต่อขอรับเงินคืนจาก กบข.ได้อย่างไร
เงินทองต้องวางแผน เกิดอาการ "เบื่อ" เมื่อไม่มีเงิน
รู้ศัพท์ เกี่ยวกับ กบข. เหตุสูงอายุ หมายถึง อะไร
อยู่ดีมีสุข อันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
คมความคิด

เดินเรือยังมีเข็มทิศ ดำเนินชีวิตควรมีหลักประกัน      โดย คุณละมาย ชมพักต์ เรือนจำกลาง จ.พิษณุโลก

วางแผนไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ แต่ละเดือนเก็บออมย่อมเกิดผล กบข.เก็บให้ไม่อับจน เราทุกคนร่วมใจไม่รีรอ      โดย ดต.เสมอง กองเกิด สถานีตำรวจภูธรอำเภอกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

ลงทุนอย่างชาญฉลาด เลือกทางชีวิตยามเกษียณ มุ่งหวังอย่างพากเพียร กบข.เคียงคู่ข้าราชการไทย       โดย คุนอิ่มขจร ทิพากร สำนักงานสาธารณสุข จ.สตูล

ข่าว กบข.
กบข. เตรียมจัดส่งใบแจ้งยอดเงินสมาชิก กบข. รายครึ่งปีเป็นครั้งแรก

กบข. เตรียมจัดส่งใบแจ้งยอดเงินสมาชิก กบข. รายครึ่งปีเป็นครั้งแรก เพื่อให้สมาชิกสามารถตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของการนำส่งเงิ น และรายละเอียดความเคลื่อนไหวในบัญชีเงินประเภทต่างๆ คาดถึงมือสมาชิกกว่าล้านคนตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. นี้แน่นอน

ที่ผ่านมา กบข. ได้ดำเนินการจัดพิมพ์ใบแจ้งยอดเงินสมาชิก กบข. เพื่อรายงานยอดเงินบัญชีสมาชิกในกองทุนระหว่างเดือนมกราคม - ธันวาคม เป็นประจำทุกปี แต่เนื่องจาก กบข. ต้องการพัฒนาให้สมาชิกสามารถตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของ การนำส่งเงินเข้ากองทุนของตนเองที่สมบูรณ์มากขึ้น จึงได้ดำเนินการจัดพิมพ์ใบแจ้งยอดเงินสมาชิก กบข. รายครึ่งปีเป็นครั้งแรก โดยจะมีการรายงานยอดรวมสิ้นสุด ณ 30 มิถุนายน 2548 ซึ่งจะเป็นยอดยกมา ณ สิ้นปี 2547 และยอดรวมรายการเคลื่อนไหวระหว่าง ปี 2548 ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึง 30 มิถุนายน นอกจากนี้ยังมีการรายงานรายละเอียด การเคลื่อนไหวของเงินต่างๆ ในบัญชีทั้ง 4 บัญชีทั้ง เงินประเดิม เงินสะสม เงินสมทบ และเงินชดเชยในแต่ละเดือนอีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมจัดส่งใบแจ้งยอดเงินดังกล่าว โดยสมาชิกจะติดต่อขอรับได้ที่หน่วยงานต้นสังกัดทุกแห่งตั้งแต่กลางเ ดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สมาชิกท่านใดที่ได้รับใบแจ้งยอดเงินดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรุณาตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏในใบแจ้งยอดเงินด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อจะได้ทำการแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบันต่อไป ซึ่งสมาชิกสามารถดูรายละเอียดวิธีการอ่านใบแจ้งยอดเงินได้จากด้าน หลังของเอกสาร หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร.1179 กด 6 หรือที่ member@gpf.or.th

สนทนากับเลขาธิการ กบข.
ตรวจสอบยอดเงิน กบข. ผ่าน ATM ได้แล้ววันนี้

หลายๆ ครั้งที่มีโอกาสได้ออกไปบรรยายพบปะสมาชิกในโครงการ กบข. สมาชิกสัมพันธ์สัญจรในจังหวัดต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ได้รับทราบข้อมูลและข้อเสนอแนะจากสมาชิกโดยตรง และนำความต้องการของสมาชิกมาศึกษาและพัฒนาบริการต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นได้อย่างตรงกับความต้องการของสมาชิก และหนึ่งในข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ดีและมีประโยชน์มากที่ผมได้รับ กลับมา คือ "สมาชิกต้องการตรวจสอบยอดเงินของตนเองที่มีอยู่กับ กบข. ผ่านทาง ATM" นับจากปี 2540 เป็นต้นมา ยอดเงินนำส่งที่สมาชิกแต่ละคนส่งเข้ามายัง กบข. นั้น สมาชิกจะได้ทราบและตรวจสอบยอดเงินดังกล่าวปีละ 1 ครั้งผ่านทางใบแจ้งยอดเงินประจำปีที่ส่งให้สมาชิกเพียงช่องทางเดียวเ ท่านั้น ดังนั้น ข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกที่ต้องการจะทราบและตรวจสอบยอดเงิ นของตนเองที่มีอยู่กับ กบข. ผ่านทาง ATM จึงเป็นเรื่องที่ กบข. นำมาศึกษาและพัฒนาระบบดังกล่าว และในวันนี้ กบข. พร้อมแล้วในการเปิดบริการใหม่ล่าสุด นั่นคือ ให้สมาชิกตรวจสอบยอดเงินของตนเองผ่าน ATM ของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศได้ โดยสมาชิกที่มีบัญชีเงินฝากและมีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย สามารถตรวจสอบยอดเงินของตนเองผ่านตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ จำนวนกว่าพันแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงสมาชิกกดรหัส ATM และกดเพื่อสอบถามยอดเงิน กบข. พร้อมกดรหัสประจำตัวสมาชิก 13 หลัก เพียงเท่านี้ก็จะได้รับทราบยอดเงินของท่านแล้ว โดยมีค่าธรรมเนียมการใช้บริการ 5 บาทต่อครั้ง

นอกจากวิธีการตรวจสอบยอดเงินผ่าน ATM แล้ว ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ กบข. จะทยอยออกบริการตรวจสอบยอดเงินในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การตรวจสอบยอดเงินผ่านเว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th และการตรวจสอบยอดเงินผ่านศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179 เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกอย่างเต็มที่ เพื่อให้สมาชิกได้อุ่นใจและมั่นใจว่าเงินออมของท่านยังทำงานอยู่ตลอ ดเวลาที่ท่านเป็นสมาชิก กบข.

คอลัมน์ สนทนากับเลขาธิการ กบข. โดย วิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการ กบข.

คำถามยอดฮิต
คำถาม เมื่อสมาชิก กบข. สิ้นสุดสมาชิกภาพแล้วจะติดต่อขอรับเงินคืนได้อย่างไร
คำตอบ สมาชิกจะต้องยื่นเรื่องขอรับเงินคืนจาก กบข. โดยติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อกรอกแบบขอรับเงินคืน กบข. 008/1/2543 และหน่วยงานต้นสังกัดต้องตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และเอกสารแนบ พร้อมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดลงนามให้ครบถ้วน แล้วจัดส่งแบบขอรับเงินคืนพร้อมเอกสารแนบมายัง กบข. ถึง ส่วนงานการจ่ายเงินคืนสมาชิกพ้นสภาพ ตู้ปณ.12 ปณ.สาทร กทม. 10341 โดยใช้เอกสารประกอบ ดังนี้

1.กรณีมีสิทธิรับบำเหน็จ หรือไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ จะได้รับ เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนจาก กบข. โดยใช้เอกสารประกอบดังนี้ - แบบขอรับเงินคืน กบข .008/1/2543 - สำเนาคำสั่งออก พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง - สำเนาสมุดเงินฝาก เฉพาะหน้าที่แสดงเลขที่บัญชี พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีสมาชิกเลือกโอนเงินเข้าบัญชี)

2.กรณีมีสิทธิและเลือกรับบำนาญ จะได้รับเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนจาก กบข. โดยใช้เอกสารประกอบดังนี้ - แบบขอรับเงินคืน กบข .008/1/2543 - สำเนาคำสั่งออก พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง - สำเนาใบแนบหนังสือสั่งจ่ายบำนาญ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง - สำเนาสมุดเงินฝาก เฉพาะหน้าที่แสดงเลขที่บัญชี พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีสมาชิกเลือกโอนเงินเข้าบัญชี)

เงินทองต้องวางแผน
เกิดอาการ "เบื่อ" เมื่อไม่มีเงิน

เมื่อยามที่เราไม่มีเงิน เราจะรู้สึกเบื่อได้อย่างง่ายดาย เบื่อไปหมด ไม่อยากพบหน้าใคร ไม่อยากไปอยู่ในแวดวงของเพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือแม้แต่ญาติพี่น้อง และหากเป็นหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเกิดอาการของโรคซึมเศร้าได้ง่าย ๆ ในที่สุดเราก็จะท้อแท้สิ้นหวัง และหาทางโทษดินฟ้า อากาศไปเรื่อย โดยที่ไม่ได้มองที่ตัวเราเองเลยว่าที่เราต้องมาเป็นอย่างนี้เพราะอะไรกัน ถึงทำให้เราเบื่อหน่ายและเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงอริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรจ มรรค นั้น หมายถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่เคยเกิดขึ้นเองโดยไม่มีที่มาที่ไป ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีสาเหตุที่ทำให้เกิดขั้นมาทั้งสิ้น ซึ่งมักจะ "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และท้ายที่สุดก็จะดับไป" เป็นวัฎจักรของทุกสิ่ง ดังนั้นเมื่อเราทุกข์ลองพิจารณาไปถึงต้นเหตุของทุกข์ดูให้ดี แล้วจะพบว่าจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นเพราะไม่มีเงินมากพอสำหรับความ อยากมีอยากได้ที่มีไม่มีวันสิ้นสุดของคนเรา

อาการเบื่อของคนทำงานเมื่อพิจารณาดี ๆ แล้วสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือ "มีเงินไม่พอใช้จ่าย" หรือ "มีเงินแล้วใช้มากกว่าหาได้" นับได้ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดทุกข์นั่นเอง หลายคนบอกว่า "พอ" แต่หลายคนกลับบอกว่า "เท่าไหร่ก็ไม่เห็นพอ" การทำงานเพื่อให้ได้เงินมาแต่ละบาทไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เชื่อลองไปหาบขนมขายดู คนไม่เคยทำก็จะเจ็บไหล่ ปวดขา และอีกสารพัดอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ที่สำคัญแล้วเราจะได้พบกับความจริงที่ว่า เมื่อเราเป็นคนขายของบ้างไม่เห็นคนอื่นเค้าจะซื้อของง่าย ๆ แบบเราเลย เห็นปุ๊บ ซื้อปั๊บ ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ในที่สุดเงินก็ไม่พอใช้ไปจนสิ้นเดือน และเป็นต้นเหตุให้เราทุกข์และเบื่อหน่าย

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เราจึงควรไตร่ตรองให้ดี ๆ ว่าเมื่อเรามีเงิน เราควรเก็บเงินอย่างไร และใช้จ่ายอย่างไร นึกไว้ตลอดเวลาว่า กว่าเราจะได้เงินเดือน หรือผลตอบแทนจากการลงทุนใด ๆ ก็ตาม เราจะต้องเหนื่อยยากทำงานถึงจะได้เงินมา เมื่อเรามีงานทำจึงนับว่าโชคดีและโอกาสยังเป็นของเรานับว่าดีกว่าคน อื่นอีกจำนวนมากที่ไม่มีแม้แต่โอกาส ดังนั้น พึงจะรักษางานของเราเอาไว้ด้วยการทำงานในหน้าที่ให้เต็มที่ให้ได้ผล งานที่ดีที่สุดตลอดเวลา และเมื่อเราทำงานเต็มที่ได้เงินเดือนมาก็ควรใช้และออมเพื่อตัวเราเองด้ว ย

พึ่งอะไรในโลกนี้ก็พึ่งไม่ได้ไปตลอด นอกจากเราจะพึ่งตัวเราเองที่จะทำให้เรามั่นคง แข็งแรง และเมื่อได้รู้เช่นนี้ เราจะไม่คิดวางแผนการเงินของเราเลยหรือ ลองตั้งเป้าหมายของการออมเงิน แล้วลงมือจดบันทึกรายรับรายจ่ายของเราเป็นรายวัน พร้อมทั้งมีวินัยในการออมเงินให้ได้เป็นประจำ หากเริ่มต้นทำได้เช่นนี้ก็จะได้ชื่อว่าเป็นคน "มีเงิน" เมื่อมีเงินก็จะมีจิตใจที่ เบิกบาน พร้อมที่จะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารเงินออมของเราให้ งอกเงยอย่างมีสติ ซึ่งเมื่อเรามีเงิน มีข้อมูลเพียงพอแล้ว เราก็จะได้ก้าวไปสู่ขั้นของตัดสินใจที่ถูกต้อง เหมาะสมกับตัวเราเอง ในการนำเงินไปลงทุนให้เกิดดอกผลตามที่เราต้องการ โดยตัวเราสามารถเข้าใจและรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั้น ๆ ได้เยี่ยงมืออาชีพ

"งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข" ยังคงใช้ได้จนถึงปัจจุบัน

คอลัมน์ เงินทองต้องวางแผน โดย อมฤดา สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์

รู้ศัพท์เกี่ยวกับกบข.
เหตุสูงอายุ หมายถึง สมาชิกที่ออกจากราชการ เมื่อมีอายุครบห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป รวมถึงการเกษียณอายุราชการ
อยู่ดีมีสุข
อันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการพัก อาจจะพบกับอาการที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเมื่อยตา ปวดศรีษะ คันตา แสบตา จนทำให้เราต้องขยี้ จนตาแดง หรือ อาการตาแห้ง สายตาพร่ามัว สายตาสั้นเป็นครั้งคราว ซึ่งทำให้เราต้องเพ่งสักระยะ ก่อนที่เราจะเห็นภาพนั้นชัด อาการปวดหัว ปวดคอ และปวดหลัง อาจเป็นอาการที่เกิดจากการเป็น "มนุษย์ไซเบอร์" ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์หรือเล่นอินเตอร์เน็ตแค่ 2-3 ชั่วโมงไปจนถึงตลอดทั้งวัน ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาสุขภาพเมื่อต้องใช้ งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

วิธีการดูแลรักษาสุขภาพ

1.ตรวจสอบตำแหน่งจุดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ให้ด้านหน้าหรือด้านหลังตรงกับหน้าต่าง เพราะจะทำให้เกิดเงาและแสงสะท้อน ซึ่งจะทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักมากขึ้น กับการเพ่งเมื่อทำการอ่านข้อมูลจากคอมพิวเตอร์

2.ทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ และหน้าจอ อย่างสม่ำเสมอ เพราะฝุ่นละอองก็มีส่วนทำให้ เกิดการระคายเคืองกับดวงตาได้ง่ายด้วยเหมือนกัน

3.กำหนดระยะห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จนถึงแขน ให้ห่างประมาณ 20-30 เซนติเมตร จะช่วยถนอมดวงตาจากแสงสว่างหน้าจอได้ ควรมีการละสายตา จากคอมพิวเตอร์ประมาณ 30 วินาทีเป็นอย่างน้อย ในทุกๆ 10-20 นาทีของการมองจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะพักสายตา ด้วยการหลับตาประมาณ 2-3 นาที และหลังจากนั้นอาจมองไปไกลๆในส่วนที่สบายตา เพื่อให้ดวงตาได้ผ่อนคลาย

4.ในบางครั้งที่อาจมีงานที่เร่งด่วน จนทำให้มีสมาธิกับงานมาก และเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป จนอาจทำให้ลืมกระพริบตาซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ดวงตาแห้ง ง่ายต่อการอักเสบและฝุ่นละออง ฉะนั้นพยายามกระพริบตา เป็นระยะๆ และบ่อยๆ

5.อย่านั่งหลังค่อมขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยเร็ว เสียบุคลิกภาพ และจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่ายอีกด้วย อยากแนะนำ ให้เลือกใช้เก้าอี้ที่มีเบาะเอนหลังได้ เพื่อจะได้ใช้พิง พักหลังได้

6.หากต้องพิมพ์เอกสารบ่อยๆ ขอแนะนำให้ใช้ ที่ติดแผ่นเอกสารไว้กับจอคอมพิวเตอร์ โดยติดไว้ในระดับเดียวกับหน้าจอและสายตา เพื่อสะดวกต่อการมอง ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ อ่านซึ่งจะทำให้ปวดเมื่อย

7.ควรปรับแสง และความสว่างของคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตาที่สุด หรือไม่ก็หาแผ่นกรองแสงมาใช้เพิ่ม

ห่วงใยสุขภาพสักนิด เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง


หากท่านมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :-
ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิกโทร. 1179 กด 6 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
หรือ email: member@gpf.or.th
หรือฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์กบข. ตู้ปณ. 19 ปณฝ. กระทรวงการคลัง กรุงเทพฯ 10411